วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

ไปพุ้นกินปา มาภี่กินแจ่ว


ความเป็นภูไท กินง่ายอยู่ง่าย ถ้ามองไปถึงกุศโลบาย ของการฝึกให้ลูกหลานภูไท รู้จักวิธีปรุงอาหาร หรือ คิดค้นวิธีที่จะกินข้าวเหนียวแบบไม่ซ้ำจำเจ จากข้าวนึ่ง บรรพบุรุษคิดค้นกรรมวิธีการ จี่ข้าว ความน่าจะเป็นไปได้ ข้าวจี่เกิดจากข้าวเหนียงนึ่งในฤดูหนาว(ยามหนาว) ชาวภูไท หรือชาวไทยอิสาน มักจะนำกับข้าว อาหารไปนั่งทานข้าวข้างกองไฟ เพื่อจะผิงไฟคลายความหนาวไปด้วย ในขณะที่ปั่นข้าวจะจั้มแจ่ว ปั่นข้าวเหนียวก็หลุดมือ หลนลงไปข้างกองไฟ (ไฟอ่อนๆๆ) ไฟไหม้ข้าวทำให้เกิดกลิ่นหอม และอีกประเด่นหนึ่งก็คือ น่าจะเกิดความเสียดาย ว่าข้าวปลาอาหารหามายากลำบาก สอนลูกสอนหลาน เลยเก็บข้าวที่ยังไหม้ไม่หมดมาทำความสะอาดส่วนที่ไฟไหม้ดำออกแล้วก็กินต่อ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ตำนานข้าวจี่ ก็ได้เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันนี้...
(บทความ: Mon kora ภูไทคำเดือย 13 พฤศจิกายน 2556)
 

ภาพเมนน้ำ (หัวมันน้ำ)
ห้วมันโดยทั่วไปคนก็รู้จักกันดี มันมีหลายประเภท ในที่นี้ผมขอเล่าเรื่องราว ของมันน้ำดังที่เห็นในภาพข้างบนนี้ หัวมันประเภทนี้สามารถกินดิบสดๆได้เลยห้วช่วงล่าง(อ่อน) รสชาติหวานมีน้ำเยอะ  หัวช่วงบน(แก่)ต้องกินสุก นำไปต้ม เผาไฟ ก็อร่อยไปอีกแบบ เป็นหัวมันชนิดที่กินได้เฉพาะฤดูกาล คือฤดูฝน จะพบเห็นในป่าดงดิบ และตามหัวไร่ปลายนา  ลักษณะพืช  เป็นไม้เถาล้มลุก เลื้อยพาดไปตามต้นไม้อื่น มีหัวอยู่ใต้ดินขนาดใหญ่และยาวสุดเท่าท่อนแขนของมนุษย์ เนื้อในสีขาว และเหลืองอ่อน ใบมีลักษณะทั่วไปยาวเรียวปลายใบแหลม  มีหนามเล็กน้อย หัวมันน้ำจะอยู่ได้ดินลึกประมาณ 50 เซ็นติเมตร โดยประมาณ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น